Science Secondary 6/5

posted on 28 Jun 2011 23:12 by choco-air

     วิทยาศาสตร์ ตามความคิดของหลายๆคน คงเหมือนกับการได้ทดลองสิ่งต่างๆ อยู่กับสารเคมี หรือการเสี่ยง ที่จะต้องพัฒนาสิ่งใหม่ๆขึ้นมา แต่การเสี่ยงในที่นี้ ก็ได้พัฒนาอะไรหลายๆอย่างขึ้นมามากมายแล้ว หากไม่มีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา เราอาจจะไม่ได้มีสิ่งของต่างๆอำนวยความสะดวกให้กับเราอย่างทุกๆวันนี้ และวิทยาศาสตร์ ก็แตกแขนงออกเป็น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ดาราศาสตร์

     นักวิทยาศาสตร์หลายคนได้สร้างสิ่งต่างๆขึ้นมามากมาย ยกตัวอย่างคนแรกคือ กาลิเลโอ กาลิเลอี เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1564 เกิดที่เมือง ปิซา ประเทศอิตาลี เป็นทั้งนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และนักปราชญ์ชาวทัสกันหรือชาวอิตาลี ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการปฎวัติวิทยาศาสตร์ ผลงานของกาลิเลโอมีมากมาย งานที่โดดเด่นก็จะเป็นการพัฒนาเทคนิคของกล้องโทรทัศน์ และผลสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ กาลิเลโอได้รับขนานนามว่าเป็น "บิดาแห่งดาราศาตร์สมัยใหม่ " "บิดาแห่งวิทยาศาสตร์" "บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ "และ "บิดาแห่งฟิสิกส์สมัยใหม่" การศึกษาการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีความเร่งคงที่ ซึ่งสอนกันอยู่ทั่วไปในระดับมัธยมศึกษาและเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาฟิสิกส์ ก็เป็นผลงานของกาลิเลโอ รู้จักกันในเวลาต่อมาในฐานะวิชาจลนศาสตร์

Galileo Galilei

     นักวิทยาศาสตร์คนที่สองที่จะยกตัวอย่าง คือ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดเมื่อ 14 มีนาคม พ.ศ.2422 ที่อำเภออูล์ม จังหวัดวืร์ตแตมเบร์ก ประเทศเยอรมนี เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวเยอรมันเชื่อสายยิวที่มีสัญชาติสวิสและอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้เสนอ ทฤษฎีสมพันธภาพ และมีส่วนร่วมในการพัฒนากลศาสตร์อควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทยา เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี

Albert Einstein

     นักวิทยาศาสตร์คนสุดท้ายที่อยากนำมายกตัวอย่างคือ เซอร์ไอแซก นิวตัน เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1643 เกิดที่เมือง วูลสธอร์ป ลิงคอนไซร์ ประเทศอังกฤษ เป็นนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักปรัชญา นักเล่นแร่แปรธาตุ และนักเทววิทยาชาวอังกฤษ งานเขียนของเขาในปี ค.ศ. 1687 เรื่อง Philosophiee Naturalis Principia Mathematica ถือเป็นหนึ่งในหนังสือที่มีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เป็นรากฐานของวิชา กลศาสตร์ดั้งเดิม ในงานเขียนชิ้นนี้ นิวตันพรรณนาถึง กฎแรงโน้มถ่วงสากล และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ซึ่งเป็นกฎทางวิทยาศาสตร์อันเป็นเสาหลักของการศึกษาจักรวาลทางกายภาพตลอดช่วง 3 ศตวรรษ ถัดมา นิวตันแสดงให้เห็นว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆบนโลกและวัตถุท้องฟ้า ล้วนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติชนิดเดียวกัน โดยแสดงให้เห็นความสอดคล้องระหว่างกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ของเคปเลอร์ กับทฤษฎีแรงโน้มถ่วง

Isaac Newton

     จากทั้งสามท่านที่ได้ยกตัวอย่างมา ล้วนมีความสำคัญถึงโลกเราในปัจจุบัน หากไม่มีพวกเขา และอีกหลายๆคนที่ไม่ได้พูดถึง ก็อาจจะไม่มีวันนี้ ผู้ที่ได้ลองผลิตกระแสไฟฟ้าให้เราได้ใช้ในปัจจุบัน ผู้นั้นก็ต้องลองถึง 7,000 ครั้งทีเดียว ความพยายามของพวกเขาเหล่านี้ ทำให้เราได้สุขสบาย ความสำคัญของวิทยาศาสตร์ จึงมีมากกว่าที่หลายๆคนคิด และยังมีมากมายให้หลายๆคนได้ศึกษา หากได้รู้เรื่องราวของมันมากขึ้น ก็จะทำให้น่าศึกษามากขึ้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด และถ้าอาจจะทดลองทำในสิ่งที่เราสนใจ และไม่เป็นอันตรายมากนั้น อาจปรสบความสำเร็จเหมือนนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ก็เป็นได้

Comment

Comment:

Tweet

At last! Someone with the insight to solve the <a href="http://wlicdaw.com">prelbom!</a>

#2 By ErAX7ccI5 (54.204.13.99) on 2013-11-15 05:30

That's the best answer by far! Thanks for cougtibnrint.

#1 By a07FxphFWpft (99.240.15.224) on 2013-11-04 01:56